กว่า 6 เดือนกว่าๆ กับการทำงานพิเศษ งานพิเศษที่ไม่คิดว่าตัวเองจะเข้ามาทำอะไรแบบนี้ได้
การเป็นเด็กเสิร์ฟ การใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวเล็กๆ ที่เรียกว่า คาเฟ่ เด นิมมาน
ได้รู้จักคำว่าเพื่อนที่ทำงาน ได้รู้จักคำว่าการทำงาน และได้รู้จักคำว่า คุณค่าของเงิน
ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้มากมาย แต่คุณค่าของเงิน มันก็มีค่ามากจริงๆสำหรับเด็กมหาลัยคนหนึ่ง
มีคนหลายคนถามว่า เหนื่อยมั้ย?? ตอบได้ตรงนี้เลยว่าเหนื่อย และเหนื่อยมากๆ
แต่นานๆไป มันก็ไม่ได้เหนื่อยตลอดเวลา มันเริ่มจะชิน เริ่มจะคุ้นมือกันระหว่างคนในร้าน
ทุกๆอย่างกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี? ดีมั้ยก็ไม่รู้ แต่สำหรับเรา มันโอเคทีเลยทีเดียว
แม้จะกลับมาเป็นเด็กเหลวไหลไปบ้าง เพื่อนชวนกินเบียร์หลังเลิกงาน เจ้าของร้านเลี้ยงเหล้าตอนปีใหม่
แต่มันโอเคมากๆเลยจริงๆ จนไม่คิดที่อยากจะออกเลย ถ้าไม่มีภาระติดตัว 
เรื่องการเรียน มันเริ่มหนักหนาขึ้นจริงๆ บางคนคิดว่าเราเรียนสบายๆรึป่าว ทำไมถึงมาหางานพิเศษหนักๆแบบนี้ทำ  ทำไมไม่ไปสอนพิเศษ หรือไปทำร้านกาแฟ ร้านอะไรก็ได้ที่มันเบาๆ
คงเพราะโอกาสที่เพื่อนหยิบยื่นให้แบบ คิดอยู่ว่าจะทำดีมั้ยแต่ก็ทำไปคิดว่า ขอมีเงินใช้เยอะขึ้นบ้าง
เผื่อมีเงินเก็บไปดูคอนเสิร์ต ซื้อของบ้าๆ แต่เราได้อะไรมากกว่านั้น แม้ตอนนี้จะว่าเงินเก็บมีมั้ย?? ยังถือว่า ไม่มี ขอเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดภาระครอบครัวของพ่อแม่บ้าง จะได้ไม่ขอเงินเยอะ  
แต่มันก็ใกล้จะจบลง กับการทำงานที่นี่ เพื่อเริ่มลงทุนกับการเรียนที่หนักหนา กับการเตรียมตัวเพื่อเป็น คุณหมอสัตว์ คนหนึ่ง (แม้จะไม่ได้คิดว่าตัวเองจะไปเป็นหมอรักษาสัตว์ไหนได้ แต่ตอนนี้ก็คิดแค่ว่า ขอแค่เรียนจบแล้วมีใบปริญญา ทำงานในสายงานสัก2-3 ปี ให้ครอบครัวอดหายห่วง แล้วหลังจากนั้นขอทำอะไรตามหัวใจตัวเองดูบ้าง ถ้าได้ก็คงจะดี)
 
การทำงานที่นี่ ได้ลองทำอะไรหลายๆอย่างบางอย่าง ตอนนี้ก็ยังไม่รู้แต่ที่ผ่านมาก็ได้รับความรู้หลายต่อหลายอย่าง ไม่น่าเชื่อว่าเด็กคนหนึ่งที่ไม่คิดว่าตัวเองจะพูดภาษาอังกฤษ สื่อสารกับคนต่างชาติได้ จวบจนที่เข้ามาอยู่ในร้านนี้แหล่ะ ถึงได้รู้ว่า เราก็สามารถทำได้ ไม่คิดว่าจะพูดจะสื่อสารได้เข้าใจ เพียงแค่กล้า เพียงแค่ลองพยายามกับสิ่งรอบข้าง แค่นี้นี่เอง....
 
มันก็น่าเศร้าใจอยู่นะ ความผูกพันธ์กับสถานที่นี้ และเพื่อนร่วมงาน และที่สำคัญก็....คนๆนึง
คนๆนึง ที่เราไม่คิดว่าจะได้มาเจอ เค้าก็เป็นแค่คนๆนึงที่น่ารัก ผู้คนต่างพากันชอบเธอ 
แต่เธอก็คงมีคนที่เธอชอบ และเราก็เป็นแค่คนๆนึงที่เชียร์เพื่อนเราให้เค้าชอบ แต่มันก็เป็นไปได้ยาก
เพราะเค้าก็ไปชอบเพื่อนของคนนี้ เรื่องราวดูซับซ้อน เอาล่ะ ช่างมันเหอะ 
ไหนๆ ก็ไหนๆ เมื่อเราจะจากกันก็ขอให้ตัดความสัมพันธ์ ณ จุดที่เรารู้สึกดี ตัดตรงนี้ดีกว่า 
(ความจริงก็ตัดมานานละนะ ......แต่เค้าน่าร้ากกกกก อ่า 55+)
 
ดารานักแสดงหลายคนต่างพากันมากินร้านนี้
ไม่ว่าจะเป็น ทีมผู้บริหารช่อง 3 คุณประวิทย์ มาลีนนท์ เหล่าผู้กำกับ เยอะแยะ อาธิ คุณกอปสูข คุณไก่วรายุทธ์ ป้าแจ๋ว ญาญ่า แคลลี่ พี่ว่านกับพิมซาซ่า น้องกาวิน 321 พลอยเฌอมาลย์ ภูริกับแอน ฯลฯ 
 
ขอบคุณความทรงจำทั้งที่ดีและไม่ดีทั้งหลาย ที่ล้วนแล้วแต่เป็นประสบการณ์ที่ดี
ไม่อยากจะลืมความทรงจำเหล่านี้
ขอบคุณ ที่ทำให้รู้สึกว่า ตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่ เรายังสามารถทำอะไรๆได้อีกมากมาย ยังมีหลายอย่างที่ยังไม่รู้และไม่สายเกินไปที่จะลองมีความกล้า กับโอกาสที่ไม่ได้มีมากมายสำหรับคนหนึ่งคน

...

posted on 19 Dec 2011 02:06 by jadefah
 
 
ไม่ได้อัพเดตซะนาน ความจริงก็อยากจะมาเขียนอะไรหลายๆเรื่อง
แต่ช่วงที่ผ่านๆมา ต้องไปทำงานหารายได้พิเศษ
ละก็มีสอบอยู่เรื่อยๆ ก็เลยไม่รู้ว่าจะมีเวลานานๆมาเขียนอะไรลงบล็อคตัวเอง
 
 
ตอนนี้มีความกังวลอยู่เรื่องนึงคือ ตัวเองเป็นคนสายตาสั้น
ทีนี้อยากใส่คอนเทคเลนส์งี้ จะใส่ไปงานบายเนียร์ บายแกรนด์ตามประสาคนอยากสวยบ้าง ดูดีบ้าง
แต่ ไม่คิดเลยว่าการใส่คอนเทคเลนส์จะหมูมาก จนหมูหมากาไก่ก็เอาไม่อยู่
ครั้งแรกมันเป็นอะไรที่ยากมากเลยจริงๆ แล้วตาก็พยายามจะหลบตลอด ไม่กล้า
ทีนี้ ....กุทำมันหายไปคู่นึง เม้ม ตอนนี้เลยกังวลว่าไอ่ที่หายไปละหาไม่เจอเนี่ย มันจะหลุดเข้าไปในตารึป่าว
เฮ้อว กลัว ละก็พึ่งมาคิดได้อีกวันที่ลองอีกคู่ที่ลองแล้วใส่ได้ใส่มาทั้งวันด้วย
หวังว่าไอ่ที่มันหายจะเกิดจากมันหายไปจริงๆ ไม่ได้หลุดเข้าไปในตานะ
แหม พึ่งใส่ได้วันเดียว  ละไอ่ที่หายๆก็ถ้ามันหลุดเข้าไปจริงๆนิ กุนอนผ่านไปแล้วหนึ่งวันนะเชี่ย
 
ความจริง ใส่คอนเทค มันก็สบายอยูู่นะ จริงๆ ไม่ต้องมาขยับแว่น สำหรับคนไม่มีดั้ง แต่มันอันตรายมากๆ
ก็เลยตัดสินใจได้ว่าพรุ่งนี้จะไม่ใส่ ....... ทั้งๆที่พึ่งใส่ได้วันเดียวเองจ้า ......โอ้ย อกอีฟ้าจะแตก
ที่เคืองตาตอนนี้อาจจะเป็นเพราะตาช้ำรึป่าว อันนี้ก็คิดไปเองทั้งนั้น พาโถคณะก็ยังไม่ได้เรียน  ก็เดาเกรียนๆไปก่อนละกัน เชี่ยยยย555+  ขอพระเจ้าจงทรงอวยพระพรให้ลูกพ้นจากเคราะห์ภัยและสิ่งทั้งหลายทั้งปวงด้วยเถิด
 
ปล. ลองกลอกตาดูทั่วๆแล้วนะก็ไม่เห็นอะไร แต่ก็กลัวจ้ากลัวว่าจะหลุดไปลึก พระเจ้าช่วยดูแลรักษาลูกด้วยเถิดด

ไม่มีทางออก??

posted on 01 Oct 2011 02:27 by jadefah
ปัญหามันมีไว้แก้ แต่ถ้าปัญหาแย่ๆ ก็ปล่อยให้มันเป็นไปบ้างก็ดี....ใช่มั๊ยว้า??
เบื่อว่ะ อะไรมันจะเหนื่อยเรื้อรังแบบนี้
ถ้าเพื่อนจะทำให้รู้สึกเหมือนถูกหักหลังบ้างแบบนี้ ก็ดี๊..เนาะ (ประชดแมร่ง)
ถ้าจะทำกันแบบนี้แบบไม่บอกกันก็โอเค๊
คิดว่ากุมีทางเลือกเยอะ...ก็ดี๊
คิดว่ากุไม่เป็นไร กุทำได้ กุเก่ง ....ก็ดี๊
ทำไมต้องทำแบบนั้นทั้งๆที่ดูแต่ภายนอก ไม่ได้คิดถึงจิตใจเราเลย
หรืออาจจะคิด แต่คิดว่าเราไม่เป็นไรจริงๆ
แล้วพอหาทางแก้ไข ก็ไม่มีทางออกที่ดีที่จะออกได้
สรุปว่า ก็เหลือแต่ทางออกที่ทำร้ายตัวเอง
แบบนี้ไม่ไหวนะ
เค้าไม่ได้คิดว่าเรามีปัญหาจากที่อื่นที่ไหนมาบ้างเลย 
คิดแต่ว่าตัวเองจะเอาตัวรอดได้มั๊ย
คิดแค่ว่าเราก็ดูไม่มีปัญหาอะไร
ทำแบบนี้ ก็ไม่ไหวนะ ก็คนแบบนี้ที่เชื่อใจอะไรไม่ค่อยได้อยู่แล้ว
ก็ยิ่งรู้สึกแย่
จะหนีออกมาเลยก็ไม่ได้
เฮ้อ ลำบากใจชิบหาย อยากจะร้องไห้ แต่ก็จุกอก
 
ใกล้จะสอบอีกแล้วแต่ก็มาหาที่ระบาย ไม่รู้จะพูดกับใคร ไม่รู้จะอธิบายยังไง
ในสมองมันมึนตื้อไปหมด อยากจะร้องไห้จริงๆ แต่ก็ไม่มีอะไรไหลจากตาจริงๆ
ทำอะไรก็ดูเก้ๆกังๆ งงๆ
 
เมื่อไหร่มันจะจบๆไปสักทีวะ เมื่อไหร่มันจะผ่านไป
 
เฮ้อ ขอให้วันพรุ่งนี้ เอ้อ ไม่สิ วันนี้และวันต่อๆไปเป็นวันที่ดี วันที่สดใส 
อ่านหนังสือจบ ก่อนที่จะสอบ ไปทำงานแบบไร้กังวล
ขอให้พระเจ้าอวยพร พระพุทธเจ้าเตือนสติ  
วันนี้ก็หยุดพร่ำเพ้ออะไรบ้าๆบอๆแบบนี้อีก  หยุดมันได้แล้ว
หยุดความกังวลหยุดความเสียใจไว้ ให้มันลอยไปกับสายน้ำที่ท่วมทั่วเมืองเชียงใหม่แบบนี้
ให้มันลอยไป ไม่กลับมา อย่าเป็นแบบน้ำขัง
หาทางแก้ไขไม่ได้ก็ต้องสู้ทำทางอื่นให้มันดีไว้ก่อน เผื่อไม่มีหนทางไหนให้แก้แล้วก็ละกัน
สู้ๆ ชีวิตไม่สิ้น ก็ต้องดิ้นทุรนทุรายกันไป  
 
เอาวะ สู้ๆ  ฮึดดดด